รองเท้าวิ่ง สำหรับ คนเท้าแบน หรือ คนเท้าล้ม (Overpronation)

9 รองเท้าวิ่ง เหมาะกับ คนเท้าแบน หรือ คนเท้าล้ม

คำถามที่พี่ๆนักวิ่งมักจะถาม Admin “เท้าแบน หรือ เท้าล้ม (Overpronated) ใช้รองเท้าอะไรดี?

บทความนี้เลยขออนุญาต รวบรวมรองเท้าที่เหมาะกับคนเท้าแบน เท้าล้ม มาโดยเฉพาะ เพื่อเป็นข้อมูลครับ

1. Altra Paradigm4.0 = 6250 บาท (member -10%)

“ที่สุดด้านรับแรงกระแทก ของ Altra”

ใช้เทคโนโลยีอย่าง Altra EGO กับคุณสมบัติ เบา นุ่ม เด้ง ซึ่งถูกใช้ครั้งแรกกับรองเท้ารุ่นยอดนิยมอย่าง Escalante แต่กับ Paradigm ใช้ Altra EGO ที่หนากว่าทำให้การรับแรงกระแทกมากกว่า
เทคโนโลยี Guiderail และ Stabilipod ที่ช่วยประคองเท้า เพิ่มความมั่นคง สำหรับคนเท้าแบน หรือ เท้าล้ม (overpronated) ส่วนนี้ถือเป็นอีก Highlight โดยเฉพาะ Stabilipod ที่ช่วย support การล้มของเท้า

2. Altra Provision3.5 = 5750 บาท (member -10%)

“พระรอง ที่คุณสมบัติไม่เป็นรองของ Altra”

ตัวนี้ใช้เทคโนโลยี A-Bound แบบเดียวกับที่ใช้ใน Torin (รุ่นที่ได้ชื่อว่าเป็น King of Marathon ของ Altra) เพราะฉะนั้นในเรื่อง support ไม่แตกต่างกัน สามารถใช้วิ่งไกลได้ตั้งแต่ 10 km.-42 km.แต่มีการเพิ่ม StabiliPod ช่วยเรื่องเท้าแบน และ Overpronation

3. Saucony Liberty ISO = 6200 บาท (member -10%)

“ตัวสุดของ Saucony สายเท้าแบน มาช้าแต่มาแรง”

Liberty ISO ถูกผลิตตามหลังรองเท้ารุ่นขายดีอย่าง Freedom ISO รองเท้าที่ครั้งหนึ่งได้รับรางวัล Editor’s Choice และได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากนักวิ่ง ทำให้ Saucony พัฒนา Liberty เพื่อเอาใจคนเท้าแบนโดยเฉพาะ

4. Saucony Guide ISO = 4700 บาท (member -10%)

“อีกหนึ่งรองเท้า ที่มาพร้อมกับคำว่า สมราคา”

GUIDE ออกแบบมาเพื่อคนเท้าแบน หรือ คนเท้าล้มเข้าด้านใน (Overpronated) โดยเฉพาะ Upper กระชับมั่นคง ยืดหยุ่นประคองเท้าได้ดี ผ้าตัวนี้ยืดหยุ่นดีคนหน้าเท้ากว้าง 2E ใส่ได้สบายๆ
รองเท้ารับแรงกระแทกดี และไม่ยวบ พื้นรองเท้าใช้ยางมีความทนทาน เรียกได้ว่า สำหรับรองเท้าสาย SUPPORT ที่ได้ สเปครองเท้าครบแบบนี้ ไม่รู้จะเอาอะไรมาจำกัดความนอกจากคำว่า “สมราคาและคุ้มค่า”

5. Asics Kayano25 = 6500 บาท (member -10%)

“ตำนานที่ยังคงอยู่ เรือธงตลอดกาลของ Asics”

รองเท้าที่ใครรู้จักรองเท้าวิ่ง Asics ก็ต้องรู้จักรุ่นนี้โดย Kayano จริงๆ แล้วออกแบบมาเพื่อคนเท้าแบน (overpronated) แต่คนที่เท้าปกติก็ใส่ได้ รุ่นนี้เด่นด้านความนุ่ม และความทนทาน โดย Kayano 25 ใส่เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ Asics ที่ชื่อว่า FlyteFoam ทำให้มีแรงส่งกลับ (เด้ง) มากกว่ารุ่นก่อนๆ

6. On Cloudflyer = 6900 บาท (member -10%)

“รองรับแรงกระแทกดี น้ำหนักเบา ดีไซน์โดน”

ถือเป็นรองเท้ารุ่นเกือบสูงสุดของแบรนด์ในด้านการรับแรงกระแทก แต่ยังคง concept ของ on ที่รองเท้าถูกออกแบบมาให้น้ำหนักเบา ดีไซน์ดี นอกจากนั้นจุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้ Insole ของ cloudflyer เป็นเทคโนโลยีของ On เรียกว่า Speedboard ที่ช่วยเพิ่มความนุ่มสบาย ภายในตัวรองเท้า

7. Newton Motion7 = 7100 บาท (member -10%)

“โดดเด่นในความเด้ง ไม่นุ่มแต่ Support”

เป็นรองเท้าที่มีคุณสมบัติ เน้นลงกลางเท้า หน้าเท้า เหมาะกับคนเท้าแบน เท้าปกติ หรือมีลักษณะการลงน้ำหนักแบบ Overpronation มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า EMB ที่ด้านในรองเท้า คุณสมบัติช่วยรับน้ำหนัก ส่วนที่มีโอกาสล้มจากการวิ่ง ซึ่งใน Series นี้ Motion ในส่วน Outsole หรือ พื้นรองเท้า มีการปรับรูปแบบจากรุ่นเดิม ให้กระจายน้ำหนักได้ดีขึ้น

8. Newton Kismet4 = 5600 บาท (member -10%)

“เด้งน้อย แต่เด้งน่ะ”

คุณสมบัติของ Kismet จะใส่ง่ายกว่า Newton Motion 7 เพราะปุ่ม POP ที่ต่ำกว่า (POP คือเทคโนโลยีที่อยู่ช่วงกลางเท้าของรองเท้า Newton ทุกคู่) ทำให้สวมใส่ง่ายกว่า ปรับตัวง่ายกว่า เรียกได้ว่า ถ้าอยากลอง Newton แต่ยังไม่อยากปรับตัวมาก กลัวเจ็บตัวนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

9. Hoka Arahi 3 = 4990 บาท (member -10%)

“รองเท้าสาย Maximal ที่ขอโอกาสแก้ตัวกับความโอ่โถ่งของหน้าเท้า แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”

รองเท้า stability รุ่นแรกๆของ Hoka ที่ออกแบบมาเพื่อคนเท้าแบน หรือ ลงเท้าแบบ overpronation อีกหนึ่งรองเท้าวิ่งที่รองรับกระแทกในระดับดีมาก น้ำหนักเบา กระแสตอบรับรองเท้าในด้าน Support นี่แทบไม่มีใครเถียง เพียงแต่ 2 รุ่นแรก Upper ไม่ถูกจริตคนไทย หน้าเท้าค่อนข้างแคบ สำหรับ Arahi 3 มาเพื่อลบภาพจำเดิมๆ ของ Hoka ชัดๆ โดย Arahi3 ทำหน้าให้กว้างขึ้น ถ้ากว้างขึ้นยังไม่พอ ยังมีตัวหน้ากว้างพิเศษให้เลือกอีก ถือว่าเข้าทางนักวิ่งไทยสุดๆ